เมื่อโลกแฟนตาซีของเกมชื่อดัง ‘Dragon Nest’ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แอนนิเมชั่นสามมิติ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ‘อภิมหาศึกเกมล่ามังกร’ (Dragon Nest: Warriors' Dawn) หนังที่พาเราดำดิ่งสู่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์และมังกรดำผู้ชั่วร้าย ด้วยภาพที่สวยงามและแอ็คชั่นที่เข้มข้น หนังเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการแอนิเมชั่นจีนที่สามารถเทียบชั้นกับสตูดิโอระดับโลกได้
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ในดินแดนอัลเทรีย อันเป็นที่อยู่ของเหล่ามนุษย์และมังกร ความสงบสุขถูกคุกคามเมื่อมังกรดำผู้ชั่วร้ายฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง กลุ่มผู้กล้าจากหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนักรบ (Warrior), นักธนู (Archer), พ่อมด (Sorceress) และนักบวช (Cleric) รวมตัวกันเพื่อหยุดยั้งแผนการชั่วร้ายของเจ้ามังกรดำ โดยมี ‘แลมเบิร์ต’ ชายหนุ่มผู้มีจิตใจกล้าหาญเป็นหัวหน้า ระหว่างการเดินทาง พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายและค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่เกี่ยวกับอดีตของมังกรดำ หนังดำเนินเรื่องรวดเร็ว ไม่ยืดเยื้อ เน้นฉากต่อสู้ที่ตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง
งานการแสดงและตัวละคร
แม้จะเป็นหนังแอนนิเมชั่น แต่การพากย์เสียงของนักแสดงทำได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะ ‘ซู เหว่ย’ (Shen Dawei) ที่ให้เสียงแลมเบิร์ตได้อบอุ่นและมีพลัง ขณะที่ ‘หู เกอ’ (Hu Ge) พากย์เบสเคิร์ดได้น่าจดจำ ตัวละครแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ชัดเจน แม้บางตัวจะถูกจำกัดด้วยเวลาจนพัฒนาไม่เต็มที่ แต่ก็เพียงพอให้ผู้ชมผูกพัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างแลมเบิร์ตและลิอา (ให้เสียงโดย Xu Jiao) ที่มีเคมีน่ารัก
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ ‘เยว่เฟิง ซ่ง’ (Yuefeng Song) สามารถถ่ายทอดโลกแฟนตาซีได้งดงาม สีสันสดใส ฉากต่อสู้ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน ใช้มุมกล้องที่ดุดันและลื่นไหล โดยเฉพาะฉากบินบนหลังมังกรที่ทำได้น่าทึ่ง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแอนิเมชั่นแนวนี้ สามารถรับชมเพิ่มเติมได้ที่ ดูซีรี่ย์แนวตั้งจีนฟรี ซีรี่ย์แนวตั้ง ซีรี่ย์โรแมนติกแนวตั้ง ซึ่งมีเนื้อหาหลากหลายให้เลือกชม ด้านดนตรีประกอบโดย ‘จอห์น ฟริซเซลล์’ (John Frizzell) ช่วยเสริมบรรยากาศได้อย่างลงตัว ทั้งในฉากสงบและฉากแอ็คชั่น
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
‘อภิมหาศึกเกมล่ามังกร’ อาจไม่ใช่หนังแอนนิเมชั่นที่ซับซ้อนหรือมีชั้นเชิงเท่าใดนัก แต่สิ่งที่ทำให้หนังน่าสนใจคือการนำเสนอธีมมิตรภาพและการเสียสละผ่านตัวละครที่หลากหลาย หนังยังสอดแทรกข้อคิดเกี่ยวกับการไม่ตัดสินใครจากภายนอก และการให้อภัย แม้เนื้อเรื่องจะเดินเส้นตรงตามสูตรของหนังผจญภัย แต่ก็มีมุขตลกและโมเมนต์ซึ้งใจที่ทำให้หนังไม่น่าเบื่อ อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนเกมต้นฉบับอาจผิดหวังเล็กน้อยที่หนังตัดทอนเนื้อหาบางส่วนไป แต่ในฐานะหนังเดี่ยวก็ถือว่าสมบูรณ์ในตัวเอง
สรุป
สำหรับคนรักหนังแอนนิเมชั่นแฟนตาซีและแฟนเกม Dragon Nest 'อภิมหาศึกเกมล่ามังกร' เป็นหนังที่ควรค่าแก่การรับชม แม้จะมีข้อจำกัดด้านเวลาและเนื้อหาที่ไม่ลึกซึ้ง แต่ก็มอบความบันเทิงแบบครบเครื่อง ทั้งภาพสวย เสียงดี และแอ็คชั่นมันส์ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือคนที่อยากดูหนังปิดท้ายวันอย่างผ่อนคลาย
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +ภาพสวยงาม ฉากแอ็คชั่นลื่นไหล
- +พากย์เสียงดี มีนักแสดงดังร่วมพากย์
- +เนื้อเรื่องสนุก เข้าใจง่าย เหมาะกับทุกวัย
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน
- −ความยาวแค่ 88 นาที อาจสั้นเกินไปสำหรับบางคน
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปัจจุบันสามารถหาดูได้ตามแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งบางแห่ง หรือซื้อ DVD/Blu-ray ตามร้านค้าออนไลน์
มีภาคต่อชื่อ 'Dragon Nest: Throne of Elves' ออกฉายในปี 2016 แต่เนื้อเรื่องแยกกันและตัวละครต่างกัน
เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป เพราะมีฉากต่อสู้ที่รุนแรงเล็กน้อย แต่ไม่มีเลือดหรือความโหดร้าย